‘ทาวาท’ แบรนด์แว่นตาทำมือระดับโลก เผย 2 คอลเลกชั่น

‘ทาวาท’เผย 2 คอลเลกชั่นเด่น พร้อมเคล็ดลับแต่งตัวให้เข้ากับแว่นตาสไตล์โมเดิร์น

‘ทาวาท’ (TAVAT) แบรนด์แว่นตาทำมือระดับโลก เผย 2 คอลเลกชั่นเด่นเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าชาวไทย พร้อมแนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวให้เข้ากับแว่นตาสไตล์โมเดิร์น

หากพูดถึงไอเท็มชิ้นเด่นที่ครองใจเหล่าแฟชั่นนิสต้ามาทุกยุคทุกสมัย หนึ่งในนั้นจะต้องมีแว่นตากันแดดอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะใช้ประโยชน์จากการกันแดดแล้ว แว่นตายังเป็นอีกหนึ่งแอคเซสเซอรี่ที่หลายคนมักจะสนุกกับการนำมามิกซ์แอนด์แมทช์ให้เข้ากับการแต่งตัว เพราะด้วยดีไซน์ที่หลากหลายประกอบกับยังสามารถช่วยเติมเต็มลุคให้ดูดีขึ้นได้ แว่นตาจึงกลายเป็นไอเท็มที่หลายคนต้องมีติดกระเป๋าเอาไว้

ซึ่งในซีซั่นนี้แบรนด์แว่นตาทำมือชื่อดังระดับโลกอย่าง ‘ทาวาท’ (TAVAT) จึงได้เปิดตัว 2 คอลเลกชั่นเด่น มาเอาใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าชาวไทยให้ได้สัมผัสกับผลงานการประดิษฐ์แว่นตาสุดประณีต ผ่านงานดีไซน์แบบร่วมสมัย โดยการนำเข้าของ บริษัทโคบอลท์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Cobalt International Co., Ltd) บริษัทผู้นำเข้าเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย ภายใต้การบริหารงานของ คุณเจได-ไตรนุภาพ จิระไตรธาร นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงทายาทบริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมชื่อดัง

‘ทาวาท’ (TAVAT) หนึ่งในสุดยอดแบรนด์แว่นตาระดับโลกตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 โดยผลงานการดีไซน์ของ Norman Schureman นักออกแบบและอาจารย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ความงามแบบร่วมสมัยที่รวบรวมความพิเศษจาก 2 ฝั่งโลกเอาไว้ด้วยกัน ได้แก่ นวัตกรรมและแฟชั่นสุดล้ำสมัยจากฟากฝั่งอเมริกาผสานกับความคลาสสิกและความประณีตของช่างฝีมือชาวอิตาลี โดยไม่ลืมที่จะคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานชีวิตประจำวัน ส่งผลให้แว่นตาของทาวาทสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนที่ชื่นชอบทั้งงานฝีมือและแฟชั่นได้ในขณะเดียวกัน รวมถึงการเลือกใช้วัสดุที่สามารถมอบความสบายและผ่อนคลายให้แก่ผู้สวมใส่ ซึ่งประกอบไปด้วย Stainless Steel, Grilamid TR-90 และ Acetate

นอกจากนี้ ‘ทาวาท’ (TAVAT) ยังค้นพบเทคโนโลยีการถนอมสายตารูปแบบใหม่และจดสิทธิบัตรครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว ได้แก่ เทคโนโลยี TLT : Melanin Lenses เป็นเทคโนโลยีที่นอกจากตัวเลนส์จะสามารถป้องกันรังสี UV ได้ 100% แล้ว ยังสามารถป้องกันแสง HEV (High-Energy Visible) ที่เป็นอันตรายต่อดวงตาเมื่ออยู่ในที่มีแสงแดดเป็นเวลานานได้อีกด้วย รวมถึงยังส่งผลให้การมองเห็นขณะสวมใส่มีความคมชัดและมีโทนสีที่เป็นธรรมชาติมากกว่าเลนส์แว่นตาแบบปกติ

โดย 2 คอลเลกชั่นที่ ‘ทาวาท’ (TAVAT) ได้นำมาให้คนไทยได้สัมผัสนั้น ได้แก่ คอลเลกชั่น ‘ซุป แคน’ (Soupcan) ที่ได้แรงบันดาลใจจากแว่นตาสำหรับขับเครื่องบินในสมัยโบราณ ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกระป๋องเมื่อมองจากด้านข้าง ทางทีมดีไซน์จึงนำไอเดียนี้มาต่อยอดการออกแบบ ด้วยการนำเอาส่วนร่องของกระป๋องซุปมาเป็นต้นแบบในการประดิษฐ์กรอบแว่นตา และเลือกใช้ตัวเลนส์พิเศษที่มีคุณสมบัติยึดแน่นไม่หลุดจากกรอบแว่น รวมถึงการเพิ่มสีสันและความสวยงามของทรงแว่นตาในการออกแบบที่ทันสมัย ผสานความคลาสสิกเอาไว้ได้อย่างลงตัว ส่งผลให้แว่นตาคอลเลกชั่น ‘ซุปแคน’(Soupcan) ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด A’DESIGN AWARD ในสาขาการออกแบบเครื่องประดับแว่นตาและนาฬิกาอีกด้วย

ถัดมาที่คอลเลกชั่น ‘แอร์ แมน’ (Air Man) คอลเลกชั่นที่ได้แรงบันดาลใจจากเหล่านักบินและผู้ชื่นชอบในการขับเครื่องบิน ซึ่งทาวาทได้นำเทคโนโลยีภายในเครื่องบินรวมถึงเลนส์แว่นตาที่ผลิตขึ้นสำหรับนักบิน มาต่อยอดไอเดียด้วยการผสานรูปทรงและแบบแว่นตาสมัยใหม่เข้าไปเพื่อให้สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ซึ่งจุดเด่นของแว่นตารุ่นนี้อยู่ที่ขาแว่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่สบายและสามารถปรับตามสรีระรูปหน้าของผู้สวมใส่ได้ รวมถึงตัวบานพับบริเวณขาของแว่นตาที่มีความคงทนและแข็งแรง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคันเกียร์ของเครื่องบิน ซึ่งทางทาวาทได้จดสิทธิบัตรให้แก่ฟังก์ชั่นนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายใต้ชื่อ Ex-Cam Hinge

นอกจากนี้ เจได-ไตรนุภาพ จิระไตรธาร ยังแนะนำเคล็ดลับการแต่งตัวให้เข้ากับการสวมใส่แว่นตาสไตล์โมเดิร์น ‘แว่นตาสไตล์โมเดิร์นที่แท้จริง คือ แว่นที่ตั้งใจประดิษฐ์ขึ้นเพื่อต้องการโชว์รายละเอียดของงานดีไซน์, เนื้อของวัสดุ รวมถึงเทคนิคที่ใช้ในการประกอบโดยช่างฝีมือ ที่แสดงให้เห็นถึงความประณีตและพิถีพิถัน ดังนั้นการแต่งตัวให้เข้ากับการสวมใส่แว่นตาสไตล์นี้ ก็ควรเป็นลุคที่เรียบง่ายแต่เลือกเสื้อผ้าที่แพทเทิร์นดีและมีความทันสมัย เช่น ถ้าเป็นผู้ชายอาจจะหยิบเสื้อยืดสีขาวมาใส่คู่กับกางเกงผ้าขากระบอกเล็ก โดยเลือกโทนสีเรียบอย่าง สีเทา,สำดำ, สีเบจ, หรือสีกรม ใส่กับรองเท้าหนังสักคู่ ส่วนผู้หญิงอาจจะเลือกชุดเดรสสีพื้นทรงโคร่งสายเดี่ยวหรือเกาะอกมาใส่คู่กับรองเท้าผ้าใบ เป็นลุคเรียบง่ายที่ดูดีเหมาะกับแก่สวมแว่นตาที่มีรายละเอียดงานดีไซน์อยู่ในตัว’

พบกับ ‘ทาวาท’ (TAVAT) สุดยอดแบรนด์แว่นตาระดับโลกได้แล้ววันนี้ที่ Specs Republic ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ชั้น 2, Waltz Vision เควิลเลจช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ และศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 2, Bridders Optical เมโทรมอลล์ สถานีรถไฟใต้ดินสุขุมวิท และทาง IG: Cobaltbkk

เด็กชายวัย 14 ให้ช็อกโกแลตวาเลนไทน์นักเรียนหญิง 537 คน

เมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา “ทริสตัน บราวน์” เด็กชายชาวรัฐยูท่าห์ สหรัฐอเมริกา วัย 14 ปีได้ทำสิ่งน่าประทับใจ ด้วยการมอบช็อกโกแลตให้เพื่อนนักเรียนหญิงทุกคนในโรงเรียน เพราะอยากให้ทุกคนรู้สึกเป็นคนพิเศษ และเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่เหมือนใคร

อนิสซา บราวน์ แม่ของทริสตัน ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอบีซี นิวส์ ว่า มันเริ่มจาก 2-3 สัปดาห์ก่อนวันวาเลนไทน์ ลูกชายเธอคิดอยากจะทำสิ่งที่ช่วยให้เพื่อนนักเรียนหญิงรู้สึกดีในวันพิเศษ แล้วแผนการนั้นก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งมาจบลงที่ ทริสตันอยากทำให้เพื่อนนักเรียนหญิงทุกคนในโรงเรียน รู้สึกเป็นที่รักในวันวาเลนไทน์

“มันเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาไม่ต้องการให้ใครสักคนถูกหลงลืม” อนิสซาบอก

อนิสซาเล่าว่า เธอและลูกชายเคยพูดคุยกันบ่อยๆ ถึงเรื่องทุกข์ใจ และช่วงเวลาที่ยากลำบากของเด็กสาวในช่วงไฮสคูล โดยเฉพาะปัญหาความคาดหวังเรื่องรูปร่างที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ ซึ่งมีการโหมโฆษณาให้เห็นตามสื่อต่างๆ อนิสซาเล่าด้วยว่า ทริสตันก็เคยมีประสบการณ์ต้องต่อสู้กับความซึมเศร้า และได้รับรู้ถึงอารมณ์ ความรู้สึกนี้ เขาจึงค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกนี้ดี
คุณแม่ยังสาวเล่าว่า หลังจากคิดได้แล้วว่าต้องการช่วยให้เด็กนักเรียนหญิงทุกคนมีความสุขในวันวาเลนไทน์ ทริสตันจึงเข้าไปที่ห้องครูใหญ่ ถามถึงจำนวนเด็กนักเรียนหญิงทั้งหมดในโรงเรียนร็อกกี้ เมาน์เทน จูเนียร์ ไฮสคูล ในเมืองเวสต์ เฮฟเวน

“เขากลับมาบ้าน และบอกฉันว่า ต้องการซื้อช็อกโกแลต 537 แท่ง”

อนิสซาเล่าว่า เธอรู้สึกประทับใจในความมีน้ำใจของลูกชาย เธอจึงติดต่อไปที่โรงงานจัดส่งช็อกโกแลตเฮอร์ชีส์ ( Hershey) ถามถึงสถานที่สามารถซื้อช็อกโกแลตจำนวนมากได้ในราคาที่ถูก ปรากฏว่าเมื่อผู้หญิงที่เธอคุยโทรศัพท์ด้วยรู้ถึงจุดประสงค์ของทริสตัน ผู้หญิงคนนั้นได้เล่าว่า เธอก็มีลูกสาวเรียนอยู่เกรด 8 ที่มีปัญหาเรื่องความซึมเศร้า ไม่พอใจเกี่ยวกับตัวเองอยู่เหมือนกัน และผู้หญิงคนนั้นก็เสนอมอบช็อกโกแลตทั้งหมดให้ฟรีเป็นของขวัญ

เช้าวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ อนิสซาเล่าว่า เธอและลูกชายไปช่วยกันขนช็อกโกแลต โดยได้รับความช่วยเหลือจาก เอ็ด แอเรนเบอร์เกอร์ ผู้จัดการโรงงาน ช่วยขนช็อกโกแลตขึ้นรถด้วย และคืนนั้นทริสตันก็นั่งห่อช็อกโกแลตจนถึงตี 2

“เขานอนไม่หลับ มันเหมือนกับเช้าวันคริสต์มาสสำหรับเขา”

พอเช้าวันวาเลนไทน์ ทริสตันได้ใช้ชั่วโมงเรียนแรก เข้าไปแจกช็อกโกแลตตามห้องเรียนทุกห้อง โดยมีเจ้าหน้าที่โรงเรียนช่วยแจกด้วย โดยทริสตันเล่าว่า ตลอดทั้งวันนั้น มีเพื่อนนักเรียนเดินเข้ามาขอบคุณเขาตลอด และเขาก็ตอบเพื่อนๆ ไปว่า “มันทำให้ผมมีความสุขมากที่ได้เห็นพวกคุณยิ้ม”

นิโคล ไมบอส ครูใหญ่ เล่าว่า เธอสังเกตเห็นนักเรียนหญิงมีความสุขจากสิ่งที่ทริสตันทำให้ ทั้งยังได้ยินเด็กนักเรียนหญิงพูดกันตรงทางเดินว่า พวกเธอรู้สึกดีอย่างไรต่อสิ่งที่ได้รับ
“ฉันบอกไม่ถูกว่า นี่เป็นสิ่งที่วิเศษขนาดไหนต่อเด็กสาวเหล่านี้ เด็กสาวชั้นไฮสคูล ซึ่งบางคนไม่เคยได้รับดอกไม้กับใครเขาเลย เด็กวัยนี้เป็นวัยที่เปราะบาง อ่อนไหว”

ครูใหญ่เล่าด้วยว่า เธอได้รับอีเมล์จากแม่คนหนึ่งที่เขียนมาเล่าว่า ลูกสาวเธอวิตก กังวลนานเป็นสัปดาห์ กลัวที่จะไปโรงเรียนวันวาเลนไทน์ เพราะกลัวจะไม่ได้อะไร และว่า การกระทำของทริสตันส่งผลต่อจิตใจของลูกสาวเธอมาก

ทั้งนี้ ทริสตันหวังว่า สิ่งที่เขาทำจะเป็นจุดเริ่มต้น เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นคิดทำสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่น นอกจากนั้นเด็กชายยังบอกว่า เขาเริ่มคิดวางแผนเซอร์ไพรส์สำหรับวันวาเลนไทน์ปีหน้าว่าอาจจะเป็นดอกไม้ก็ได้

ครูฟิตเนสแนะออกกำลังกายอย่างฉลาด ไม่ฝืนร่างกายทำลายสุขภาพ

คนไทยเริ่มหันมาใส่ใจรักสุขภาพ ตั้งแต่อาหารการกิน จนถึงการออกำลังกาย ทำถูกบ้างผิดบ้าง โดยเฉพาะการออกกำลังกาย จะตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเดียวคงไม่พอ หรือจะมากไปก็เป็นการทำลายสุขภาพ ฉะนั้นมาเรียนรู้การออกกำลังกายอย่างฉลาด

ทนงศักดิ์ วงษาโสม ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย จากฟิตเนส เฟิรส์ท แนะนำว่า การออกกำลังอย่างฉลาดจะช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายทรุดโทรม หรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บเรื้อรังจากการออกกำลังหนัก แต่หากรู้หลักแล้วจะพบว่าสามารถทำได้ง่าย และออกแบบได้ด้วยตัวเอง โดยวันนี้ตนจะขอแนะนำ 5 วิถีชาญฉลาดของคนรักออกกำลังคือ

1.จัดตารางให้สมดุล เพราะชีวิตมีหลายด้าน หลายบทบาท และองค์ประกอบในการมีสุขภาพที่ดีไม่ได้อยู่ที่การออกกำลังเพียงอย่างเดียว การแบ่งเวลาสำหรับการทำงาน การออกกำลังกาย และทำกิจกรรมกับครอบครัวเพื่อนฝูงในสัดส่วนที่ลงตัว จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยจัดระเบียบให้ชีวิตไม่ยุ่งเหยิงและยังส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน

2.กำหนดวันพัก ยิ่งออกกำลังหนักเท่าไรร่างกายก็ต้องการพักมากเท่านั้น เพราะเมื่อกล้ามเนื้อถูกกระตุ้นให้ใช้งานหนักแล้วย่อมต้องการระยะเวลาในการฟื้นฟู การพักผ่อนจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วขึ้น ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและระบบการทำงานของร่างกายจากการออกกำลัง ป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดเมื่อยหรือบาดเจ็บเรื้อรังจากการออกกำลังกายหนักเกินไป

3.คั่นด้วยกิจกรรมเบาๆ ถ้าเบื่อที่จะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็สามารถเลือกการออกกำลังเบาๆ เช่น การว่ายน้ำ หรือ เล่นโยคะ ที่เชื่อมโยงการเคลื่อนไหวของร่างกายเข้ากับหายใจ ซึ่งช่วยให้ร่างกายยืดหยุ่น ผ่อนคลาย และจิตใจสงบ ขณะที่ร่างกายต้องการฟื้นฟูโดยไม่เป็นการใช้กล้ามเนื้อหนักจนเกินไปก็ได้

4.พักผ่อนเพียงพอ การนอนเป็นวิธีง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะพบว่าการนอนมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมให้ดียิ่งขึ้น

และ5.กินอาหารที่มีประโยชน์ อาหารมีส่วนสำคัญอย่างมากในระบบการทำงานของร่างกาย นอกจากช่วยให้มีพลังงานเพียงพอสำหรับการออกกำลังแล้ว สารอาหารที่มีประโยชน์ยังมีส่วนช่วยซ่อมแซม เสริมสร้าง และฟื้นฟูร่างกายไม่ให้ทรุดโทรม ดังนั้นการออกกำลังกายอย่างฉลาดจึงต้องรู้จักเลือกที่จะกินอย่างฉลาดด้วย

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว มาเลือกออกกำลังกายอย่างฉลาดแทนกันดีกว่า

คืบหน้าคดีที่ดินย่านทองหล่อ ‘ไฮโซมังคุด’ เผยจะไม่ซื้อที่ดินแล้ว เพราะกลัวนายหน้า

จากกรณีที่มีการกล่าวหา นางสาววงศ์ชนก ชีวะศิริ หรือไฮโซมังคุด เจ้าของบริษัทธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดัง ในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ที่ดินย่านทองหล่อ จำนวน 439 ตารางวา ราคากว่า 300 ล้านบาท

กระทั่งไฮโซมังคุดต้องออกโรงแถลงข่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ยืนยันความบริสุทธิ์ว่าซื้อที่ดินจริงและไม่ได้ฉ้อโกง พร้อมงัดหลักฐานโชว์โฉนดที่ดินที่มีชื่อตนเองเป็นเจ้าของ และได้จ่ายเงินบางส่วนแล้วจำนวน 159.5 ล้านบาท ส่วนเงินจำนวน 140 ล้านบาทเก็บไว้เป็นเงินประกัน จนกว่าโรงเรียนที่เช่าพื้นที่อยู่ คือ โรงเรียนเดอะเพอร์เพิล เอเลเฟ่น จะย้ายออกไป แต่ที่สุดแล้วโรงเรียนก็ยังไม่ย้ายออก ทั้งที่หมดสัญญาเช่าไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 จนทำให้เกิดเป็นคดีความเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นางสาววงศ์ชนก กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า จนถึงตอนนี้โรงเรียนก็ยังไม่ย้ายออก จากตอนแรกที่โรงเรียนยื่นข้อเสนอว่า ขอเวลาหาที่ดินใหม่ และขอให้เด็กจบการศึกษาก่อน ทางเราก็รอมชอมยอมให้อยู่ถึงเดือนมิถุนายน และไม่เก็บค่าเช่าไม่เอาอะไรเลย แต่พอถึงเวลาที่กำหนด โรงเรียนไม่ยอมไป โดยอ้างว่าไม่มีรายได้ ทั้งที่ตนทราบมาว่าโรงเรียนมีนักเรียนประมาณ 70-100 คน และเก็บค่าเทอมเด็ก คนละ 2 แสนบาท

“เมื่อไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ จึงให้ทนายดำเนินคดีขับไล่ เพราะตอนนี้โรงเรียนไม่ได้อยู่ในฐานะผู้เช่า แต่อยู่ในฐานะผู้ละเมิด เนื่องจากไม่มีสัญญาเช่า และไม่เคยจ่ายค่าเช่า ทั้งที่อยู่มาเป็นปีแล้ว จึงไม่มีสิทธิอยู่ ซึ่งถ้านับความเสียหาย ที่ดินผืนนี้มีค่าเช่าเดือนละล้านกว่าบาท จึงได้ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ให้กฎหมายจัดการไป” นางสาววงศ์ชนกกล่าว

นางสาววงศ์ชนก กล่าวอีกว่า จากบทเรียนครั้งนี้ต่อไปจะไม่ให้ใครเช่าที่ดินอีกแล้ว และจะไม่ซื้อที่ดินแล้ว เพราะกลัวนายหน้า ถ้าใครมาให้ซื้อของจะเช็คอย่างละเอียดทุกสิ่งทุกอย่าง

“เราต้องระวังตัวเอง และคนแปลกหน้าอย่าคบเยอะ ต้องเลือกคบคน” นางสาววงศ์ชนก กล่าว

‘ปู’ ควงแกนนำ-อดีต ส.ส.พท. เดินสายทำบุญ

“ปู” ควงแกนนำ-อดีต ส.ส.พท. เดินสายทำบุญ-สร้างพระที่อ่างทอง ชาวบ้านตะโกนขอให้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมแกนนำ และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายชัยเกษม นิติศิริ อดีตรัฐมนตรีว่ากรกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาวัดม่วง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เพื่อกราบสักการะ พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ (หลวงพ่อใหญ่)

จากนั้นเวลา 14.00 น. เดินทางไปวัดกลาง อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานในพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปปางสดุ้งมาร หน้าตัก 80 นิ้ว และปางเปิดโลก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาเป็นประธานหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัย และปางเปิดโลกในครั้งนี้ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นความตั้งใจของ พล.ต.อ.วิโรจน์ โดยระบุว่า ต้องการเชิญอดีตท่านนายกฯมาทำบุญในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ในจังหวัดอ่างทองมีอาชีพทำนา และได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ทำให้ประชาชนคิดถึงนโยบายจำนำข้าว ที่ทำให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่มารอต้อนรับอดีตนายกฯและให้กำลังใจในวันนี้ ต่างตะโกนขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง และขอให้พ้นจากปัญหา ซึ่งเจ้าอาวาสวัดม่วง ก็ให้พรอดีตนายกฯให้พ้นทุกข์จากเรื่องราวร้ายๆ ต่อมา ได้เดินทางต่อไปวัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย นมัสการพระมหาพุทธ (หลวงพ่อโต) ก่อนเดินทางกลับ กทม.ในช่วงเย็น

ม.ล.รุ่งคุณ โพสต์แรง’ไม่เรียกทรราชจะเรียกว่าอะไร?’

ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร นักเคลื่อนไหวเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก หัวข้อ ไม่เรียกว่า ‘ทรราช’ แล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร วิจารณ์การดำเนินการของรัฐบาลกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยระบุว่า

ข้าจะเอาให้ได้ เพราะเดิมพันข้าสูง ข้าซื้อเหมืองไว้แล้วช่วงที่คนอื่นเขาไว้อาลัยกันอยู่ ราคาหุ้นขึ้นมาตั้ง 3 เท่าตัวก่อนข้าซื้อ ถ้าไม่ได้ทำแล้วใครจะซื้อสินค้า หุ้นดิ่งแน่ แล้วไหนจะค่าคอม อภิมหาโปรเจ็กต์ขนาดหลายแสนบาทแบบนี้ มีค่าคอมตั้งเท่าไหร่

ทั้งที่เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ชีวิตและสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจท้องถิ่น แต่ไปขู่จะจับประชาชน 3,500 คน ที่ในวันที่ 13 ได้ออกมาแสดงพลังต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน หากมีเคลื่อนไหวต่อที่ กทม.ตามที่เขาได้ประกาศไว้

ทั้งนี้ ในการขู่ ก็ได้บิดเบือนเอา ว่าผู้คัดค้านอ้าง ‘ประชาธิปไตย’ จะให้เป็นเรื่องการเมือง ทั้งที่ไม่ได้มีใครพูดถึง แต่สิ่งที่เขาพูดถึงคือความเดือดร้อนของเขา ที่จะเกิดจากโครงการนี้ บิดเบือนเอาว่า ผู้คัดค้านไม่เอาโรงไฟฟ้า ให้ดูไม่มีเหตุมีผล ทั้งที่สิ่งที่เขาไม่เอาคือถ่านหิน
บิดเบือนเอาว่า ไฟไม่พอ ทั้งที่กำลังการผลิตเกินการใช้สูงสุดไปถึง 41% โดยมาตรฐานสากล (International Norm) คือ 15%

วันรุ่งขึ้น มีจดหมายทางราชการ ซึ่งได้มีการตรวจสอบถึงต้นตอแล้วว่าเป็นของจริง อ้างอิงคำสั่งนายกฯ สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ระดมมวลชนออกมาสนับสนุน รฟฟ (ถ่านหิน-แต่ในจดหมายไม่บอกประเภท รฟฟ) หมู่บ้านละ 20 คน รวมทุกอำเภอในกระบี่ 388 หมู่บ้าน ก็จะได้มากเกิน 7,000 คน ประมาณ 2 เท่าของผู้ที่ได้ออกมาคัดค้าน เพื่อที่จะเอาไปอ้างกันเมื่อประชุมพิจารณาตัดสินในวันที่ 17 นี้ ตามที่ได้ปักธงกันไว้แล้ว

สรุปได้ว่าม็อบสนับสนุนถ่านหิน ก็คือม็อบจัดตั้งโดยรัฐบาลนั้นเอง ซึ่งก็อธิบายได้ดีว่าทำไมถึงมีขึ้นมาได้ เพราะจะมีมนุษย์ที่ไหนเดือดร้อนเพราะจะไม่ได้สูดดมสารพิษสารกัมมันตรังสีจากฝุ่นถ่านหิน ถึงขั้นออกมาชูป้าย หากยังมีสติสมบูรณ์ก็ย่อมไม่มีโดยธรรมชาติ

โสโครกสิ้นดีกับพฤติกรรมเหล่านี้ ซึ่งแสดงตนเองเป็นทรราช ‘ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทำความเดือดร้อนทารุณให้แก่ผู้อยู่ใต้การปกครองของตน’ เป็นศัตรูของประชาชนอย่างชัดเจน โดยนอกเหนือจากความเลวร้ายของโครงการแล้ว เป็นสร้างความแตกแยกให้ชาวกระบี่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

แล้วยังจะลากข้าราชการซึ่งมีหน้าที่รับใช้ประชาชน ไปทำงานตามความประสงค์ส่วนตัวอีกตามเคย ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะกระทำอยู่เป็นนิจ ไม่ทราบว่าคิดว่าตระกูลตนเองเป็นราชวงศ์ใหม่หรือไร ใช้เครื่องบินและน้ำมันหลวงเฉียดล้านไปเปิดฝาย 7 พันบาท ซึ่งพังภายใน 1 สัปดาห์ตามสไตล์สติปัญญาของพวกตน ถามหน่อยสิ บริษัทของหลานชายคุณไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีอะไรเลย ไปก่อสร้างอะไรได้อย่างไร เกณฑ์ข้าราชการ กองทัพ เอาอุปกรณ์ของรัฐไปทำหรือ หรือว่าแค่กินหัวคิวจากงบของกองทัพ

เงินจากเกาะลึกลับที่โอนเข้าบัญชี 600 ล้าน ไม่ต้องอธิบายใช่ไหม ไม่ต้องอธิบายหรอก ก็มันเห็นอยู่แล้วจะต้องอธิบายทำไม นอกจากจะเห็นมีการต่อสัญญาโดยไม่มีการประมูล ซึ่งได้ให้ประโยชน์โดยประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้เกี่ยวของนับหมื่นล้านไปแล้ว ยังเห็นเขามาเขียนนโยบายขับเคลื่อนประเทศโดยมีตัวเองเป็นศูนย์กลาง ซึ่งก็เห็นคุณเดินตามต้อยๆ โปรโมตให้ จึงไม่ต้องมาอธิบายหรอก

มันไม่ใช่แค่โกงนะทุกวันนี้ แต่ยังจะเบียดเบียนสร้างความเดือดร้อนในการทำมาหากินของประชาชนทั่วสารทิศ ทำลายแผ่นดินเกิดของปู่ ย่า ตา ยาย ตัวเอง ถ่านหิน ระเบิดแม่น้ำ เหมืองแร่ต่างๆ ยึดที่ดินเกษตรกรไปประเคนให้ต่างชาติ โดยไม่แม้แต่จะคิดจัดสรรอะไรให้เขาเลย

ผมก็ไม่ได้มองคุณเป็นทหารหรอก ทหารคือนักรบ หมายความว่าต้องรบเป็น ไม่ใช่ไปปล่อยให้เสียดินแดนให้เขารุกเข้ามาเรื่อยเรื่อยแบบพวกคุณ ทั้งที่มียุทโธปกรณ์เหนือกว่าทุกทาง แต่ผมจะยกประโยคของทหารท่านหนึ่ง นโปเลียน โบนาปาร์ต ซึ่งเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ให้คุณนำไปพิจารณา ‘ ในโลกนี้มีพลังสองอย่าง คือดาบและจิตวิญญาณ ในระยะยาวดาบจะพ่ายแพ้ต่อจิตวิญญาณเสมอ’ คุณจงไปพิจารณาให้ดี

วันที่ 17 นี้ เราจะไปเยี่ยมเยียนคุณ เข้าใจให้ถูกว่าเรายังไม่ได้ไปไล่คุณ เพียงแต่สิ่งที่คุณจะกระทำนั้นยอมไม่ได้แล้วจริงๆ ผมยังไม่อยากไล่คุณหรอก ผมอยากให้คุณอยู่จนมันพังโดยสมบูรณ์ใส่คุณ เมื่อถึงวันนั้นประชาชนคงเลิกทะเลาะกันเองและสามัคคีกันเพื่อที่จะขับไล่คุณ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการเพียงแต่ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา เมื่อถึงเวลาคุณก็ต้องรับกรรมของคุณอย่างสาสม ถ้าโชคดีหน่อยคุณอาจได้หนีไปอยู่ในทะเลทรายกับสหายหน้าเหลี่ยมของคุณที่ไว้ใจคุณมาก จงจำไว้ให้ดี พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา

‘บัวขาว’ร่วมทำจิตอาสาที่สนามหลวง

‘บัวขาว’ร่วมทำจิตอาสาที่สนามหลวง พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ เผยในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่ในใจเสมอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ก.พ.) นายสมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว นักมวยไทยขวัญใจมหาชน เดินทางมาที่ท้องสนามหลวงเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และจิตอาสา ที่ทำงานกันมาตลอด 4 เดือน และยังร่วมแจกอาหารให้ประชาชน รวมถึงได้พาพ่อแม่และญาติๆ ที่จ.สุรินทร์ เข้ากราบสักการะพระบรมศพ

โดยบัวขาวบอกว่า ทราบมาว่าเจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ทำงานบริการประชาชนมาเป็นระยะเวลามาหลายเดือน จึงอยากมาให้กำลังใจส่งความสุขให้มีกำลังแรงและกำลังใจทำความดีเพื่อพ่อต่อไปอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้ได้พาญาติๆ จากบ้านเกิด จ.สุรินทร์ ที่ยังไม่มีโอกาสได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ มาต่อคิวเพื่อสักการะพระบรมศพด้วย ส่วนตัวเคยเข้ากราบพระบรมศพแล้วในนามของนักกีฬา ความรู้สึกที่ได้เข้าไปอาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ แต่ตนมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งตนเชื่อว่าแม้พระองค์จะเสด็จสวรรคต แต่พระองค์อยู่ในใจเสมอ ไม่ได้หายไปจากใจของคนไทยแน่นอน

“คำสอนของพระองค์ที่ผมนำมาใช้ในชีวิตอยู่เสมอ คือ ขยัน วิริยะ อดทน สิ่งนี้ถูกใช้เป็นพลังในการต่อสู้ ทุกครั้งที่ขึ้นชก ก็จะนึกถึงคำสอนในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่ตลอด และบอกกับพระองค์จะขอสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ” บัวขาวกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

‘เจ เจตริน’ ขอโทษและให้อภัยไม่ว่าใครผิด – ถูก

ใครที่เคยมีเรื่องคาใจกัน ‘เจ เจตริน’ ขอโทษและให้อภัยไม่ว่าใครผิด – ถูก เหตุชีวิตแสนสั้น

นับเป็นหนึ่งในดาราที่มีความคิดน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ เจ – เจตริน วรรธนะสิน ที่ล่าสุดได้ออกมา ‘ขอโทษ’ คนที่เคยมีเรื่องคาใจ ขณะเดียวกันก็ ‘ขอให้อภัย’ ด้วย

โดยเขาให้เหตุผลว่า “ชีวิตนั้นแสนสั้น บางทีมันก็สั้นเกินจนน่าใจหาย ใครที่มีเรื่องคาใจกับผม ผม”ขอโทษ” และ “ผมให้อภัย” ตรงนี้ ไม่ว่าใครผิดใครถูกอะไรก็ตาม ชีวิตเรามันไม่แน่นอน วันนี้พรุ่งนี้เราจะไปเมื่อไหร่ไม่รู้ ผมขอมอบพลังบวกนี้ให้กับทุกคนที่กำลังท้อแท้และหมดหวัง #ยกมือไหว้ขอโทษ #นี่ผมจริงจังจากใจครับ #ผมไม่ได้จะไปบวชนะแค่คิดออก #jjetrin”

นอกจากนี้เจยังได้แท็กภาพไปยังครอบครัว คนใกล้ชิดจำนวนหลายต่อหลายคนเพื่อให้รับรู้ถึงความตั้งใจดังกล่าว

ซึ่งใครจะนำไปใช้บ้างก็น่าจะดีไม่น้อย

“คัลด์เวลล์”ส่องไกลช่วยพิสตันส์ชนะแต้มเดียว

เคนตาเวียส คัลด์เวลล์-โป๊ป ชู้ตลุก 3 แต้มช่วงท้ายเกมช่วยให้ ดีทรอยต์ พิสตันส์ บุกแซงชนะ โตรอนโต แรพเตอร์ส 102-101

ศึกแม่นห่วงเอ็นบีเอ เมื่อเช้าวันที่ 13 ก.พ. ตามเวลาประเทศไทย โตรอนโต แรพเตอร์ส เปิดสนามแอร์ แคนาดา เซนเตอร์ ต้อนรับ ดีทรอยต์ พิสตันส์ โดยเกมนี้เจ้าถิ่นเล่นได้ดีกว่าในสามควอเตอร์แรกเมื่อยิงนำไป 27-25, 51-45 และ 82-66 แต้ม กระทั่งควอเตอร์สุดท้าย พิสตันส์ เร่งเครื่องบุกกลับมาอย่างเหลือเชื่อ โทเบียส แฮร์ริส ลุกจากม้านั่งสำรองมายิงตลอดเกม 24 แต้ม 6 รีบาวน์ บวกกับ เคนตาเวียส คัลด์เวลล์-โป๊ป ชู้ต 21 แต้ม รวมทั้งลูกยิง 3 แต้มให้ทีมแซงนำในช่วง 13.2 วินาทีสุดท้าย ช่วยให้ พิสตันส์ บุกมาเฉือนชนะ 102-101 คะแนน

พิสตันส์ เพิ่มสถิติเป็นชนะ 26 แพ้ 29 แต้ม รั้งอันดับ 8 ของสายตะวันออก ขณะที่ แรพเตอร์ส ซึ่งได้แต้มมากสุดในเกมจาก เดอมาร์ เดอโรซาน 26 แต้ม 7 รีบาวน์ ทว่าทีมพ่ายเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน มีสถิติชนะ 32 แพ้ 23 อยู่อันดับ 4 ในสายเดียวกัน

ส่วนผลคู่อื่นๆ มินเนโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส์ ชนะ ชิคาโก บูลส์ 117-89, นิวยอร์ก นิกส์ ชนะ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส 94-90, ซาคราเมนโต คิงส์ ชนะ นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ 105-99

“โยคิช”นำนักเก็ตส์ทุบวอร์ริเออร์ส

นิโกลา โยคิช เซนเตอร์จอมแม่น นำทัพ เดนเวอร์ นักเก็ตส์ เปิดรังไล่ถล่ม โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส ขาดลอย 132-110 ในเกมแม่นห่วงเอ็นบีเอ

ศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ เมื่อเช้าวันที่ 14 ก.พ. ตามเวลาประเทศไทย เดนเวอร์ นักเก็ตส์ ทีมอันดับ 8 ในสายตะวันตก เปิดสนามเป๊ปซี่ เซ็นเตอร์ ต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูงร่วมสายอย่าง โกลเดนสเตท วอร์ริเออร์ส

เกมนี้เจ้าถิ่นเปิดฉากบุกร้อนแรง ขึ้นนำ 42-30 ในควอเตอร์แรก ก่อนจะหนีไปเป็น 79-54 เมื่อจบควอเตอร์ที่สอง ขณะที่ วอร์ริเออร์ส ทำได้ดีขึ้นในควอเตอร์ถัดมา แต่ก็ยังตามหลังห่าง 85-107 ก่อนที่ นักเก็ตส์ จะรักษาสกอร์นำไปจนจบเกม คว้าชัยชนะแบบขาดลอย 132-110 คะแนน

ทั้งนี้ นิโกลา โยคิช เซนเตอร์ชาวเซิร์บ ทำ “ทริปเปิล-ดับเบิล” ยิง 17 แต้ม 21 รีบาวน์ 12 แอสซิสต์ บวกกับ ฆวน เอร์นานโกเมซ ฟอร์เวิร์ดรุคกี้จากสเปน ชู้ตได้สูงสุดในซีซั่น 27 แต้ม 10 รีบาวน์, วิลล์ บาร์ตัน 24 แต้ม 10 รีบาวน์ และ จาเมียร์ เนลสัน 23 แต้ม 7 แอสซิสต์ โดย นักเก็ตส์ ได้แต้มจากลูก 3 คะแนนรวม 24 ครั้ง เป็นสถิติของเอ็นบีเอเท่ากับที่ ฮุสตัน ร็อคเก็ตส์ ทำได้ในเกมที่พบกับ นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ส่งผลให้ นักเก็ตส์ เพิ่มสถิติเป็นชนะ 25 แพ้ 31 ยังรั้งอันดับ 8 ในสายตะวันตก ขณะที่ วอร์ริเออร์ส ได้สกอร์มากสุดจาก เควิน ดูแรนท์ แค่ 25 แต้ม แต่ทีมยังนำโด่งในสายเดียวกันด้วยสถิติชนะ 46 แพ้ 9

ด้านผลคู่อื่นๆ

ชาร์ล็อตต์ ฮอร์เนตส์ แพ้ ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส 99-105, อินเดียนา เพเซอร์ส แพ้ ซานอันโตนีโอ สเปอร์ส 106-110, บรู๊คลีน เนตส์ แพ้ เมมฟิส กริซซ์ลีส์ 103-112, ไมอามี ฮีท แพ้ ออร์ลันโด เมจิก 107-116, วอชิงตัน วิซาร์ดส์ ชนะ โอคลาโฮมา ซิตี ธันเดอร์ 120-98, มิลวอกี บัคส์ ชนะ ดีทรอยต์ พิสตันส์ 102-89, ดัลลัส มาเวอริคส์ แพ้ บอสตัน เซลติกส์ 98-111, ยูทาห์ แจ๊สส์ แพ้ แอลเอ คลิปเปอร์ส 72-88, ฟีนิกซ์ ซันส์ แพ้ นิวออร์ลีนส์ เพลิแกนส์ 108-110, พอร์ตแลนด์ เทรลเบลเซอร์ส แพ้ แอตแลนตา ฮอว์คส์ 104-109 (ต่อเวลา)